Categories
จัดอันดับเครื่องสำอางค์น่าใช้

5 ลิปสีชมพูตุ่น ละมุนละไมที่สาวไทป์ไหนก็ไม่ควรพลาด!!

ยินดีต้อนรับทุกท่านเข้าสู่มหกรรมแห่งการจัดอันดับเครื่องสำอางน่าใช้ สำหรับวันนี้คุณทั้งหลายจะได้พบกับ การจัดอันดับลิปสีชมพูตุ่น ซึ่งเป็นลิปสีสติกสีชมพูที่เหมาะกับสาวทุกไทป์ ไม่ว่าจะสายเกา หรือสายฝอ สายไหนก็ไม่ควรพลาด 

5 อันดับลิปสีชมพูตุ่น ละมุนละไม ใครทาก็สวย 

เราได้ทำการรวบรวม Top 5 มาไว้ให้ทุกคนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ไปดูกันเลยดีกว่าว่าจะมีแบรนด์ไหน เบอร์ไหนน่าตำบ้าง

Bobbi Brown crushed lip liquid สี Give a fig 

สำหรับการจัดอันดับเครื่องสำอางน่าใช้ ในหมวดลิปสีชมพูตุ่น เรามาเริ่มกันที่ลิปสี Give a fig จากแบรนด์ Bobbi Brown เป็นอันดับแรก เจ้าเบอร์นี้คือลิปสติกสีชมพูอมแดงนิดๆดูสุขภาพดี สามารถใช้ได้ใน Every day look เนื้อสัมผัสคล้ายกลอสแต่ไม่เยิ้ม เบาสบายปากดี 

ราคา : 1,150 บาท

Bobbi Brown luxe shine intense lipstick สี Trailblazer 

มาต่อกันที่อีกหนึ่งลิปสีชมพูตุ่นที่เราอยากแนะนำให้ทุกท่านรู้จักเอามากๆ เป็นชมพูนู้ดตุ่นๆอมน้ำตาลสวยสุภาพ เนื้อลิปดีมาก มีความไชน์สมชื่อ เล่นแสง ให้ปากฉ่ำ ครบจบทุกอย่างในเท่งเดียว 

ราคา : 1,450 บาท 

Loreal rouge signature สี 121

มากันที่ลิปสีชมพูตุ่นสามัญประจำบ้านที่สาวๆหลายท่านยกให้เป็นลูกรัก เพราะทั้งถูกและดี สี 121 ของเขาออกแนวชมพูเข้ม เนื้อดีมาก บางเบา สีชัด ติดทน กลบริมฝีปากได้มิดแน่นอน แต่ข้อเสียคือกลิ่นน้ำหอมแรงไปนิด 

ราคา : 259 บาท 

Loreal brilliant signature สี 302

และลำดับที่สี่ในการจัดอันดับเครื่องสำอางน่าใช้ หัวข้อลิปสีชมพูตุ่นในวันนี้จะเป็นใครไปไม่ได้นอกจาก Loreal brilliant signature สี 302 ซึ่งสีจะออกแนวนู้ดเข้าได้กับทุกลุค ให้ริมฝีปากอวบอิ่ม ฉ่ำวาว สาวสายเกาชอบมาก 

ราคา : 249 บาท 

4u2 Lip glam สี 07

อีกหนึ่งลิปสติกสีชมพูที่เราภูมิใจนำมาจัดอันดับเครื่องสำอางน่าใช้ในวันนี้นั่นก็คือ 4u2 Lip glam สี 07 ชมพูกลางๆ ออกแนวสุภาพ บำรุงริมฝีปากในตัว ทาได้ทุกวันไม่ทำให้ปากแห้งอย่างแน่นอน 

ราคา : 149 บาท

ลิปสติกสีชมพู” เหมาะกับทุกเพศทุกวัย 

และทั้งหมดนี้ก็คือการจัดอันดับเครื่องสำอางน่าใช้ ในหัวข้อลิปสีชมพูตุ่นที่เราคัดสรรค์มาแล้วว่า เหมาะกับบุคคลทุกไทป์ ทุกเพศ ทุกวัย แถมยังมีความหลากหลาย เพื่อนๆถูกใจตัวไหน ไปสอยมาครอบครองกันได้เลย!!

Categories
สกินแคร์

การันตีรางวัลอันดับหนึ่ง น้ำตบผีดิบ Kose Sekkisei Lotion

อยากมีผิวกระจ่างใสฟังทางนี้!! ใครที่กำลังมองหาสกินแคร์ผิวขาว ปลอดภัย คุณภาพดีมั่นใจได้ รวมตัวกันด่วนๆจ้า เพราะวันนี้เราจะมาทำการรีวิวจัดเต็ม Kose Sekkisei Lotion หรือน้ำตบผีดิบในตำนานตัวดัง ซึ่งนางเป็นน้ำตบอันดับหนึ่งของเอเชียมีรางวัลการันตี ใครผิวหมอง หน้าคล้ำห้ามพลาดเด็ดขาด!!

รู้จักกับ Kose Sekkisei Lotion หรือน้ำตบผีดิบ 

เจ้าน้ำตบโคเซ่นั้นเป็นผลิตภัณฑ์สัญชาติญี่ปุ่นที่เคลมว่าช่วยในเรื่องของผิวกระจ่างใส ด้วยสารสกัดสมุนไพรจากประเทศตะวันออก ส่วนประกอบหลักที่สำคัญได้แก่ Chinese pearl barley (ลูกเดือย) ซึ่งมีส่วนช่วยในการทำให้ผิวเกิดความชุ่มชื้น ปรับสมดุล ผนึกกำลังกับ Peony Root และพืชอื่นๆอีกมากมายที่ช่วยในเรื่องของความกระจ่างใส

ด้วยความที่เป็นสกินแคร์ผิวขาวจากเคาน์เตอร์แบรนด์ดังเราจึงมั่นใจได้เลยว่าไม่มีสารที่ก่อให้เกิดอันตรายแก่ผิวอย่างเช่น สเตียรอยด์ หรืออื่นๆอย่างแน่นอน แต่ก็ใช่ว่าจะเหมาะกับทุกคน เพราะส่วนประกอบหลักๆที่สำคัญของ Kose Sekkisei Lotion นั้นคือแอลกอฮอลล์และน้ำหอม

น้ำตบผีดิบในตำนาน Kose Sekkisei Lotion เหมาะกับใคร?

อย่างที่เราได้กล่าวไปตอนต้นว่าเจ้าน้ำตบตัวนี้มีแอลกอฮอลล์และน้ำหอม ดังนั้นมันจึงไม่เหมาะกับคนที่ผิวบอบบางแพ้ง่าย อาทิเช่นคนเป็นสิวอักเสบ ดังนั้น Kose Sekkisei Lotion จึงเหมาะแก่คนที่มีผิวหมองคล้ำ สีผิวไม่สม่ำเสมอ ต้องการความขาวสว่าง และที่สำคัญต้องมีสุขภาพผิวที่แข็งแรง

และแม้ว่าเจ้าน้ำตบผีดิบนั้นจะมีพืชสมุนไพรที่ช่วยในเรื่องความชุ่มชื้น แต่เมื่อฟังจากเสียงผู้ใช้งานจริงบางส่วน เห็นได้ชัดว่าผิวแห้งจะค่อนข้างไม่ชอบสักเท่าไร แต่ในเรื่องความขาวนั้นผลการรีวิวส่วนใหญ่เป็นไปในทำนองเดียวกัน มันสามารถทำให้ผิวของคุณสว่างขึ้นได้จริง แต่ไม่ช่วยเรื่องความฉ่ำและหน้าใส

เนื้อของโลชั่นนั้นเป็นน้ำเปล่าใสๆ ซึ่งมีกลิ่นสมุนไพรหอมสดชื่น ซึมซาบเข้าสู่ผิวได้อย่างรวดเร็ว นอกจากจะใช้ที่ใบหน้าได้แล้วใครต้องการความขาวที่ส่วนอื่นๆก็สามารถทาได้ อาทิเช่นข้อพับ หัวเข่า แขนศอก หรือแม้กระทั่งขาหนีบ

ชี้พิกัดน้ำตบผีดิบ Kose Sekkisei Lotion 

จากที่ได้อ่านรีวิวมาจนถึงตอนนี้ ทุกท่านคงรู้แล้วว่าสกินแคร์ผิวขาวตัวนี้มันดีอย่างไร ใครสนใจสามารถเลือกซื้อหากันได้ที่ LAZADA Laz Mall ของ KOSE มีให้เลือกมากมายหลากหลายไซส์ตั้งแต่ 100 ไปจนถึง 500 ml ราคาเริ่มต้นที่ 700 บาท อยากขาวแบบปลอดภัยไปสอยมาครอบครองเลย

Categories
เครื่องสำอางค์

เครื่องสำอางสำหรับตาและคิ้ว มีอะไรบ้างที่มือใหม่ต้องรู้

เพราะคิ้ว คือ มงกุฎของหน้า ดังนั้นเครื่องสำอางสำหรับตาและคิ้ว จึงมีความสำคัญ ในบทนี้จะมาแนะนำ การเลือกเครื่องสำอางสำหรับมือใหม่ พร้อมข้อดีข้อเสียของแต่ละประเภท

  • ดินสอเขียนคิ้ว (Eyebrow Pencil)

เครื่องสำอางสำหรับตาและคิ้ว อย่างแรกที่ขาดไม่ได้ คือ ดินสอเขียนคิ้ว มีทั้งแบบแท่งเหลา และแบบแท่งหมุน สะดวกต่อการใช้งานเนื่องจากไม่ต้องเหลา ดินสอเขียนคิ้วเหมาะจะเป็น เครื่องสำอางสำหรับมือใหม่ เพราะใช้ง่ายที่สุด สามารถวาดไปตามโครงคิ้วได้ตามรูปทรงที่ต้องการ แต่การเขียนคิ้วให้สวยเป็นธรรมชาตินั้นไม่ควรระบายจนเข้ม แต่ให้เขียนเน้นขอบคิ้วให้คมชัด แล้วระบายด้านในบางๆ ใช้แปรงปัดกระจายให้ทั่วคิ้ว จะดูสวยเป็นธรรมชาติ

  • ที่เขียนคิ้วแบบฝุ่น (Eyebrow Powder)

ที่เขียนคิ้วแบบฝุ่นจะทำให้คิ้วดูเป็นธรรมชาติมากกว่าแบบดินสอ แต่ต้องมีความชำนาญในการใช้ โดยที่เขียนคิ้วแบบฝุ่นจะมีแปรงปัดมาให้ ปัดให้ทั่วคิ้ว โดยให้หางคิ้วมีความเข้ม และหัวคิ้วเป็นสีอ่อนกว่า

  • ปากกาเขียนคิ้ว (Eyebrow Pen)

มีลักษณะเหมือนปากกาทั่วไป ได้สีและเส้นที่ชัดเจนกว่าแบบอื่น ทั้งยังติดทนนาน แต่ต้องระวังไม่เขียนจนเข้มหรือหนาเกินไป เขียนตามขนคิ้วทีละเส้นก็จะได้คิ้วที่ดูมีมิติ สวยเป็นธรรมชาติ

  • เจลเขียนคิ้ว (Eyebrow Tattoo Gel)

วิธีเขียนคิ้วแบบเจล ต้องใช้แปรงหรือพู่กันในการเขียนและปัด ต้องระวังเขียนพลาดเพราะเจลจะมีสีที่คมชัด เหมาะสำหรับการแต่งหน้าออกงานที่ต้องการให้ติดทนนานทั้งวัน หรือแต่งหน้าที่ต้องการความเป๊ะปัง ข้อดีคือติดทนนาน

  • มาสคาร่าคิ้ว (Eyebrow Mascara)

เป็น เครื่องสำอางสำหรับตาและคิ้ว แบบ 2 in 1 คือสามารถนำมาใช้ปัดได้ทั้งคิ้วและตา แนะนำให้ใช้มาสคาร่าปัดคิ้ว เมื่อต้องการดูเป็นธรรมชาติสุดๆ โดยปัดทับขนคิ้วเดิมที่มี จะทำให้คิ้วดูเข้มขึ้น เรียงเส้นสวยเป็นระเบียบ ไม่จำเป็นต้องเขียนโครงคิ้วก็ได้ แต่ต้องฝึกใช้ให้ชำนาญจะได้ปัดทรงได้สวยตามต้องการ และสามารถนำมาปัดบนขนตาเพื่อเพิ่มความหนาเป็นแพ ให้กับขนตาได้ด้วย

  • อายแชโดว์ (Eye Shadow)

เป็นเครื่องสำอางสำหรับนำมาใช้ทาแต่งแต้มเปลือกตาให้ดูมีสีสัน มีเสน่ห์ชวนมองมากขึ้น มีหลายแบบ ดังนี้

อายแชโดว์แบบฝุ่น (Powder Eye Shadow)

เป็นที่พบเห็นได้ทั่วไป ใช้งานง่าย มีหลากหลายสีให้เลือก แต่มีข้อเสียคือไม่ค่อยติดทนนาน

อายแชโดว์แบบครีม (Cream Eye Shadow)

จะบรรจุมาในกระปุก เนื้อมีลักษณะครีมหนัก ซึ่งเนื้อครีมจะติดทนนานกว่าแบบฝุ่น

  • อายไลน์เนอร์ (Eyeliner)

อายไลน์เนอร์แบบดินสอ (Pencil Eyeliner)

เหมาะที่จะป็นเครื่องสำอางสำหรับมือใหม่หัดแต่ง หรือนานๆ แต่งครั้ง ใช้งานง่าย ไม่ค่อยเลอะ แต่มีข้อเสียคือแห้งช้า เหมาะสำหรับการกรีดตาแบบฟุ้งๆ ข้อดีคือหาซื้อง่ายมีขายตามร้าน เครื่องสำอางทั่วไป ดินสอใช้ง่ายเหมือนวาดรูป มักสีธรรมชาติ เช่น ดำ สีน้ำตาล บางยี่ห้อมีรูปแบบแท่งหมุน สามารถหมุนขึ้นลงได้ตามสะดวก ไม่ต้องเหลา แต่ข้อเสียของแบบหมุนคือ ปลายจะไม่แหลม เขียนแล้วไม่คม

อายไลน์เนอร์แบบเจล (Gel Eyeliner)

เนื้อเจลจะให้สีที่ชัด เส้นทึบ หนา เหมาะกับ การแต่งตา แบบคมเข้ม ข้อเสียคือแห้งยาก ต้องใช้ความชำนาญพอสมควร

อายไลน์เนอร์แบบน้ำ (Liquid Eyeliner)

มีทั้งแบบเนื้อด้านคือ ดำสนิทแบบไม่มีเงา กับสีดำแบบมีเงาแบบน้ำ เส้นดำเฉียบ เฉี่ยว แพ็กเกจของอายไลเนอร์แบบน้ำ มีทั้งแบบแท่งเหมือนมาสคาร่า แบบเป็นกระปุกหมุนจุกที่เป็นหัวพู่กัน มีลักษณะเป็นของเหลวสีดำเข้ม เมื่อกรีดแล้วทำให้เห็นเส้นขอบตาชัดมากขึ้น แต่ข้อควรระวังคือมือต้องนิ่งตอนกรีด จึงอาจไม่เหมาะสมที่จะเป็น เครื่องสำอางสำหรับมือใหม่

อายไลน์เนอร์แบบเมจิก

มาในรูปแบบแท่งเหมือนดินสอ แต่ที่หัวจะเป็นพู่กัน เหมือนปากกาเมจิก และมีน้ำหมึกไหลออกมาเลย ใช้งานง่าย เหมาะสำหรับมือใหม่

  • มาสคาร่า (Mascara)

ปิดท้ายการแต่งหน้าในหมวด เครื่องสำอางสำหรับตาและคิ้ว ด้วย มาสคาร่า จะช่วยให้ขนตาดูหนา ยาวเป็นแพ และงอนสวย ปัจจุบันมีขายหลายรูปแบบ เช่น แบบน้ำ ครีม ทินท์ วิธีใช้คือนำแปรงปัดมาสคาร่าจุ่มลงในมาสคาร่าแล้วปัดขนตาให้โค้งงอ ซึ่งจะช่วยตาดูโดดเด่น มีมิติ ขนตาหนาและยาวขึ้น สำหรับสาวๆที่พึ่งเริ่มแต่งหน้า แนะนำ ให้มี มาสคาร่า เป็นหนึ่งใน เครื่องสำอางสำหรับมือใหม่ ที่จำเป็นต้องมี

Categories
เครื่องสำอางค์

เครื่องสำอางสำหรับทาหน้า มีอะไรบ้างที่มือใหม่ต้องรู้

ก่อนจะแต่งแต้มสีสันให้ใบหน้าก็จะต้องเตรียมผิวหน้าให้เนียนเรียบ ด้วย เครื่องสำอางสำหรับทาหน้าประเภทประต่างๆ ในบทนี้จะมาแนะ เมคอัพเบส ที่ใช้สำหรับการแต่งหน้า

ไพรเมอร์ (Primer)

เครื่องสำอางสำหรับทาหน้า ชนิดแรกที่แนะนำ คือไพรเมอร์ เป็น เมคอัพเบส ที่ต้องลงเป็นลำดับแรกก่อนที่จะแต่งหน้า ช่วยเติมเต็มร่องลึกต่างๆ ทำให้ผิวเนียนยิ่งขึ้น และช่วยควบคุมความมันบนใบหน้า ไพรเมอร์ มีหลากหลายรูปแบบ ทั้งแบบ ครีม เจล 

เบส (Base)

เบสมีลักษณะเป็นเนื้อครีม โดยเบสในปัจจุบันจะแบ่งได้เป็นหลายสี แต่ละสีทำหน้าที่ไม่เหมือนกัน เป็นเม็ดสีที่จะช่วยในการปรับสภาพสีผิวให้มีสีผิวที่ต้องการ มีให้เลือกใช้ตามสภาพและปัญหาผิว มีวิธีเลือกสีเบสให้เหมาะกับสีผิว ที่แตกต่างกัน ดังนี้

– เนื้อใส ช่วยทำให้ผิวหน้าดูเรียบเนียน ปกปิดรูขุมขน 

– สีเขียว ช่วยให้ผิวหน้าดูขาวผ่องใสขึ้น เหมาะกับคนที่มีผิวออกเหลือง 

– สีชมพู ช่วยให้ดูมีน้ำมีนวล เหมาะกับคนที่มีผิวขาวไปจนถึงซีด ดูไม่มีเลือดฝาด 

– สีขาว เพิ่มความแวววาวให้กับใบหน้า ทำให้ผิวดูโกลว์ เพิ่มมิติ 

– สีเนื้อ ส่วนมากจะมีประกายมุขผสมอยู่ด้วย เหมาะผู้ที่ต้องการแต่งหน้าแบบสาวเกาหลี ที่หน้าจะเลื่อมๆเงาๆ ดูเซ็กซี่ 

– สีม่วง เนื้อครีมก็จะเป็นสีม่วงอ่อนถึงเข้ม เหมาะสำหรับคนที่มีผิวหน้าดำ หมองคล้ำ 

– สีเหลือง จะช่วยทำให้ผิวของผู้ที่มีสีดำคล้ำสว่างขึ้นอย่างธรรมชาติ เหมาะสำหรับคนที่มีผิวคล้ำที่อยากดูขาว 

รองพื้น (Foundation)

เป็นเครื่องสำอาง ประเภท เมคอัพเบส ที่ใช้ทาทั่วทั้งหน้าเพื่อปกปิดริ้วรอยบนใบหน้าและจุดด่างดำ ใช้หลังจากลงไพรเมอร์และเบสเรียบร้อยแล้ว ซึ่งมีหลากหลายรูปแบบ ดังนี้

ขอบคุณรูปจาก Vogue thailand

-ชนิดน้ำ เหมาะกับคนที่มีผิวดี ไม่จำเป็นต้องปกปิดมาก บางเบา เกลี่ยง่าย ใช้งานสะดวก 

-ชนิดครีม เหมาะสำหรับคนที่มีผิวแห้ง เพราะมีน้ำมันเป็นส่วนประกอบ สามารถปกปิดได้ดีกว่ารองพื้นชนิดน้ำ ทาง่ายเป็นที่นิยม หากต้องการผิวฉ่ำวาว

-ชนิดแท่ง ปกปิดสูงกว่าชนิดอื่น  มีความเข้มข้นมาก นิยมใช้แต่งนางแบบในสตูดิโอ ควรเกลี่ยตามด้วยนิ้วหรือแปรง ช่างแต่งหน้ามืออาชีพมักใช้ในการถ่ายภาพที่มีแสงไฟจัด

บีบีครีม (BB Cream)

บีบีเหมาะสำหรับการใช้ในวันที่เร่งรีบ หรือต้องการปกปิดริ้วรอยระดับบางเบา เพราะรวมเอาครีมกันแดด, รองพื้น, เบส, และครีมบำรุง รวมในตัวเดียวกัน ดังนั้นจึงไม่ต้องใช้คู่กับเบส หรือรองพื้นอีก เพราะจะทำให้ผิวหน้าดูหนาเกินไป 

ซีซีครีม (CC Cream)

ซีซีครีมเป็น เครื่องสำอางสำหรับทาหน้า ที่คล้ายบีบีครีม ทำให้ผิวหน้ากระจ่างใสขึ้น ช่วยปกปิดจุดพกพร่องได้ดีสีผิวจะไม่เปลี่ยนไปในระหว่างวัน ประกอบด้วยครีมบำรุง ครีมกันแดด เบส รองพื้น แต่เพิ่มสารควบคุมสีผิวเพิ่มขึ้นมาด้วย 

คุชชั่น (Cushion)

คุชชั่นคือเมคอัพเบสที่รวม บีบีครีม ครีมกันแดด รองพื้นเนื้อลิควิด และแป้งผสมรองพื้น มารวมไว้ด้วยกัน ทำให้ปกปิดพร้อมกันแดดไปพร้อมกัน ส่วนใหญ่อยู่ในรูปแบบตลับ จึงค่อนข้างเป็นที่นิยมสำหรับสาวสมัยใหม่ เนื่องจากพกพาง่ายใช้งานสะดวก โดยเนื้อคุชชั่นจะถูกซับไว้ในฟองน้ำชนิดพิเศษ

คอนซีลเลอร์ (Concealer)

เป็นเครื่องสำอางสำหรับปกปิดริ้วรอยเฉพาะจุด เช่น รอยสิว หลุม ไฝ แผลเป็น ใช้ได้ทั้งรอยดำรอยแดง รอยหมองคล้ำใต้ตา ทำให้ การแต่งหน้า เนียนใส วิธีใช้คือแต้มเฉพาะจุดที่มีปัญหาผิวหลังลงรองพื้นเรียบร้อยแล้ว

แป้ง (Powder)

สาวบางคน ลุคฉ่ำวาวหรือดูโกลว์ ไม่จำเป็นต้องใช้ก็ได้ แต่หากต้องการที่จะควบคุมความมันบนใบหน้า การทาแป้งจะช่วยได้ ซึ่งแป้งมีหลายแบบ ดังนี้

-แป้งฝุ่น เป็นแป้งที่ทาแล้วให้ความรู้สึกบางเบา และเป็นธรรมชาติมากที่สุด แนะนำสำหรับคนที่ไม่มีปัญหาผิวหน้ามากนัก 

-แป้งอัดแข็ง เป็นการนำแป้งฝุ่นมาอัดให้แข็ง มักมาในรูปแบบตลับ เกาะติดหน้ามากกว่าแป้งฝุ่นธรรมดา 

-แป้งผสมรองพื้น คือการนำรองพื้นมาทำในรูปแบบของแป้ง หากทาแป้งผสมรองพื้นแล้ว ไม่จำเป็นต้องลงรองพื้นอีก 

ไฮไลท์ (Hi-light)

เป็นเครื่องสำอางที่ใช้หลังจาก เมคอัพเบส เรียบร้อยแล้ว เนื้อมีลักษณะคล้ายกับครีมรองพื้น แต่จะบางกว่าคอนซีลเลอร์ ทำหน้าที่ช่วยให้ใบหน้า สว่าง วาว ดูมีมิติ ให้กับส่วนที่แต้มลงบนใบหน้า เช่น ตาใต้และคาง สันจมูก เป็นที่นิยมสำหรับสาวเอเชียที่หน้าจะแบน ทำให้ดูมีมิติขึ้น มีหลกหลายแบบ ทั้งแบบ แท่ง น้ำ แบบตลับ 

เฉดดิ้ง (Shading)

เฉดดิ้งเป็น เครื่องสำอางสำหรับทาหน้า ชนิดครีมที่มีสีเข้ม ใช้สำหรับสร้างมิติให้ใบหน้าคู่กับไฮไลท์ แต่เฉดดิ้งเอาไว้สร้างส่วนลึกให้ใบหน้า เช่น การเพิ่มสันจมูก การลบกราม ทำให้ใบหน้าดูเล็กลง หน้าเรียวมากขึ้น เฉดดิ้งจะมีสีเข้มออกน้ำตาลไล่ไปจนถึงดำ

Categories
จัดอันดับเครื่องสำอางค์น่าใช้

จัดอันดับมาสคาร่าถูกและดี 2021 ติดทนหมดกังวลเรื่องแพนด้า

6.Sis2Sis Volumizing Mascara (ราคา 49 บาท)

มาสคาร่าถูกและดีตัวเด็ดในตำนานอีกรุ่นนั้นต้องยกให้ Sis2Sis Volumizing Mascara เลยล่ะนอกจากเขาจะเป็นแบรนด์แรกๆที่ทำเครื่องสำอางซองแล้ว ก็ยังเป็นแบรนด์ราคาหลักสิบรุ่นแรกๆที่ได้รับความนิยม ซึ่งทางเราขอยกให้เป็นอันดับที่ 6 ในการจัดอันดับเครื่องสำอางน่าใช้สำหรับวันนี้ 

แอพพลิเคเตอร์ของเขาเป็นหัวแปรงบางๆ เล็กและเรียวยาวโค้งรับรูปตา ความดีงามของเจ้ามาสคาร่าซองเขียวนี้คงหนีไม่พ้นการทำให้ขนตาดูหนาและงอนเด้งขึ้นมาได้ทันที ให้ความเป็นธรรมชาติ แถมยังติดทนนานตลอดทั้งวัน กันน้ำ กันเหงื่อ เนื้อไม่ไหล ไม่แพนด้า แต่น่าปะหลาดตรงสามารถล้างออกได้ง่าย ใครชอบงานบางเบาบอกเลยว่าคุ้มค่าอย่างแน่นอน

5.BQ Cover Revolving Mascara (ราคา 159 บาท)

ถึงคิวของมาสคาร่าเขียวในตำนานที่สาวๆหลายคนคุ้นเคยดีอย่าง BQ Cover Revolving Mascara อันเลื่องชื่อลือนามในความขั้นเทพกันบ้าง เจ้าตัวนี้เป็นอีกหนึ่งมาสคาร่าถูกและดีซึ่งควรค่าแก่การรวบรวมไว้ในบทความจัดอันดับเครื่องสำอางน่าใช้ครั้งนี้ 

แพ็คเก็จจิ้งมาในรูปแบบแท่งเรียวยาวสีเขียวเมทัลลิควับวาว แอพพลิเคเตอร์ใหญ่หนาสามารถปัดขนตาให้เรียงเส้นสวยได้ง่าย กลิ่นออกแนวสารเคมีซึ่งอาจทำให้หลายคนไม่ชอบ แต่เชื่อเถอะว่าจัดช่อขนตาให้เด้งสวยหนาได้อย่างไม่น่าเชื่อ เนื้อแห้งช้าไปสักนิดหากต้องการเพิ่มเลเยอร์อาจจะต้องรอบ้าง และมีความเหนียวหนึบหนับเล็กน้อย

4.Browit By Nong Chat My Everyday Mascara (ราคา 139 บาท)

Browit By Nong chat My Everyday Mascara ถือเป็นมาสคาร่าถูกและดีสัญชาติไทยที่คุณภาพดีเลิศไม่แพ้ใคร อีกทั้งยังหาซื้อได้ง่ายใกล้ๆบ้าน เช่น 7-11, Watsons และอื่นๆอีกมากมาย ถูกใจสายขี้เกียจเดินทางอย่างเราๆเป็นที่สุด 

แพ็คเก็จจิ้งของเจ้ามาสคาร่ารุ่นนี้มาในแท่งสีทองเรียวสลิมจับถนัดมือ แอพพลิเคอเตอร์ทรงคล้ายหวีช่วยให้ขนตาเรียงเส้นสวยไม่ติดกันเป็นก้อน และอาจจะใช้งานยากเล็กน้อยสำหรับผู้ไม่คุ้นชิ้นกับหัวแปรงประเภทนี้ สามารถเสกขนตาสวยงอนเด้งได้จริงอยู่ทนตลอดทั้งวันเพราะเนื้อไม่หนักมากจนเกินไป เหมาะสมแก่การเป็นลำดับที่ 4 ในการจัดอันดับเครื่องสำอางน่าใช้สาขามาสคาร่าเป็นที่สุด

3.Rom&nd All Fix Mascara (ราคา 390 บาท)

ที่ผ่านมาหลายคนมักจะคุ้นชินกับลิปสติกแบรนด์ Rom&nd หรืออาจเคยเห็นผ่านตากันมาบ้าง ในวันนี้ทางแบรนด์เขาได้ส่งมาสคาร่าถูกและดี ตัวเด็ดวางจำหน่ายเป็นที่เรียบร้อย แม้การตลาดเกาหลีมักไม่สนใจเรื่องมาสคาร่าเท่าใดนัก แต่ Rom&nd All Fix Mascara รักษามาตรฐานขนตาสวยไว้ได้ดีเลยล่ะ เพราะช่วยเนรมิตรมอบไรขนตามีมิติงดงามกำลังดีตามสไตล์เกาหลี เรียงเส้นสวย ไม่จับเป็นก้อน กันน้ำดี ราคาโดนใจ เป็นอีกหนึ่งไอเท็มที่ขาดไม่ได้สำหรับการจัดอันดับเครื่องสำอางน่าใช้ครั้งนี้

2.Maybelline Sky High Mascara Waterproof (ราคา 490 บาท)

Maybelline Sky High Mascara Waterproof เป็นมาสคาร่าที่โด่งดังมาจากแอพพลิชั่น Tik Tok จนบิวตี้บล็อกเกอร์แห่แหนนำมารีวิวกันมากมาย รุ่นนี้โด่งดังในเรื่องการต่อขนตายาวเฟื้อยงอนเด้ง เรียงเส้นสวยยืนหนึ่ง ไม่จับตัวเป็นก้อน เหมาะสำหรับสาวๆขนตาสั้น ขนตาตกเป็นอย่างยิ่ง โค้ทสองเลเยอร์กำลังดี ใครอยากสัมผัสฟีลขนตาสวยเลิศบอกเลยว่าต้องลอง

1.Maybelline Hypercurl Mascara (ราคา 199 บาท)

ที่สุดแห่งมาสคาร่าถูกและดี ครองใจสาวๆทั่วอาณาจักรต้องจนยกให้เขาเป็นที่หนึ่งสำหรับการ

จัดอันดับเครื่องสำอางน่าใช้ จะเป็นยี่ห้อใดไปไม่ได้นอกจาก Maybelline Hypercurl Mascara เหมาะสำหรับท่านที่ต้องการเสกขนตาสวย งอนหนาเด้งดึ๋งดั๋ง เรียงเส้นเป๊ะปัง ไม่จับตัวกันเป็นก้อน

การปัดขนตานั้นทำให้ใบหน้าเราดูมีความชัดเจนมากยิ่งขึ้น หากคุณเป็นคนหนึ่งที่กำลังมองหามาสคาร่าถูกและดี ประจำปี 2021 เราได้ทำการรวบรวมข้อมูลเหล่านี้มาเพื่อคุณโดยเฉพาะ แล้วมาพบกับการจัดอันดับเครื่องสำอางน่าใช้กันได้ใหม่ เราจะเลือกสิ่งที่ใช่มาเพื่อคุณ ><

Categories
สกินแคร์

สกินแคร์ที่ช่วยทำความสะอาดผิวหน้า จำเป็นมากแค่ไหน?

สกินแคร์ที่ช่วยทำความสะอาดผิวหน้าของเรา เป็นสิ่งที่มองข้ามกันไม่ได้ เพราะหลังจากแต่งหน้าเราจะต้องทำความสะอาดผิว จากสารตกค้างให้อย่างหมดจด ยิ่งมีสารตกค้างเยอะมากเท่าไหร่ ยิ่งทำให้ผิวของเรามีปัญหามากเท่านั้น ผลลัพธ์ที่จะตามมาที่เห็นได้ชัดเจนก็คือ ผด ผื่น แพ้ หรือสิวและรูขุมขน หรือแม้แต่เครื่องสำอางบางตัว ก็มีสารที่ทำให้หน้าเป็นรอยต่างๆได้ เมื่อเรายิ่งมีรอยต่างๆบนใบหน้า เราก็มักจะแต่งหน้าให้หนายิ่งขึ้นซึ่งจะยิ่งเพิ่มปัญหาเหล่านี้มากขึ้นไปอีก ดังนั้นแล้วหลังจากที่เราแต่งหน้า เราจำเป็นที่จะต้องทำความสะอาดให้ล้ำลึก เพื่อรักษาสภาพผิวให้ดีที่สุด

คลีนซิ่งน้ำ

คลีนซิ่งน้ำคือคลีนซิ่งที่เราพบเห็นได้บ่อยทั่วๆไป เป็นคลีนซิ่งที่มีลักษณะขาวใสเหมือนน้ำเปล่า ใช้โดยการหยดใส่สำลีแล้วเช็ดบนใบหน้า ช่วยขจัดคราบเครื่องสำอางบนใบหน้า และยังช่วยขจัดคราบสิ่งต่างๆได้อีกด้วย โเป็นคลีนซิ่งที่เหมาะสำหรับสาวผิวหน้ามันอีกด้วย

คลีนซิ่งแผ่น

คลีนซิ่งชนิดแผ่นนับเป็นสิ่งที่สะดวกมากๆ สามารถดึงออกและเช็ดหน้าได้ทันที เหมาะสำหรับคนที่ต้องการทำความสะอาดผิวแม้จะอยู่ข้างนอก อยู่ที่ไหนก็สามารถดึงมาเช็ดหน้าได้แบบสะดวกสบาย รวดเร็ว ลักษณะคล้ายกับทิชชู่เปียกทั่วๆไป ไม่เหนียวเหนอะหนะและไม่ทิ้งคราบ

ตัวช่วยเรื่องผิวหน้าอย่างคลีนซิ่งแต่ละชนิด มีความแตกต่างกันอย่างไรบ้าง

สกินแคร์อย่างคลีนซิ่ง มีมากมายหลายชนิดและมีความโดดเด่นแตกต่างกันออกไป สามารถแบ่งออกเป็นประเภทต่างๆ

คลีนซิ่งเจล

คลีนซิ่งเจล เป็นคลีนซิ่งที่ไม่ทิ้งคราบใดๆบนใบหน้า เหมาะแก่ผู้ที่มีสภาพผิวแบบทั่วไป จะสภาพผิวแบบไหนก็สามารถใช้ได้ แถมยังช่วยบำรุงผิวหน้าของเราอีกด้วย

คลีนซิ่งบาล์ม

หากสาวคนไหนชอบใช้คลีนซิ่งเนื้อสัมผัสแบบครีม แนะนำให้ใช้เป็นคลีนซิ่งบาล์ม ถูนวดวนๆเหมือนกับตอนที่เราทาครีมทั่วไป อาจจะมีความหนามากกว่าแต่ใช้แล้วทำให้รู้สึกได้ว่าผิวบางเบายิ่งขึ้น

คลีนซิ่งน้ำนม

สาวผิวผสมและแพ้ง่ายต้องฟังทางนี้ เพราะคลีนซิ่งน้ำนมมันสะดวกมากๆ และเหมาะกับผิวผสมกับแพ้ง่าย มีลักษณะขาวขุ่นคล้ายกับนมทั่วไป นิยมใช้ด้วยการหยดบนสำลีแล้วเช็ดที่ใบหน้า และยังช่วยบำรุงผิวหน้าของเรา

คลีนซิ่งออยล์

ใครที่ชอบแต่งหน้าบ่อยหรือแต่งหน้าจัดๆ แนะนำให้ใช้คลีนซิ่งออยล์ เพราะจะช่วยลบคราบจากเครื่องสำอางได้ดีกว่า สามารถลบคราบลิปสติกและเครื่องสำอางบนดวงตาได้ เมื่อใช้เสร็จแล้วแนะนำให้ล้างออกอีกทีนึงด้วยน้ำสะอาด

คลีนซิ่งครีม

คลีนซิ่งครีมอาจจะเป็นสิ่งที่ไม่คุ้นสำหรับใครหลายๆคน แต่เป็นสิ่งที่เหมาะสำหรับผู้ที่มีผิวหน้าแห้งมากๆ ใครที่ผิวหน้าแห้งขอแนะนำให้ใช้คลีนซิ่งครีม ด้วยการนวดบนใบหน้าแล้วล้างออกด้วยน้ำเปล่า แต่ข้อเสียของมันก็คือหาซื้อได้ยาก และมักจะมีราคาสูงนั่นเอง

หลังแต่งหน้า ต้องใช้สกินแคร์ทำความสะอาดอย่างไรบ้างให้ได้ผลง่ายๆ

ขั้นตอนของการทำความสะอาดผิวหน้าของเรา สกินแคร์แต่ละชนิด ต้องเลือกใช้ให้เหมาะสมและสะดวกมากที่สุด ยกตัวอย่างเช่น การใช้สิ่งทำความสะอาดแบบแผ่น ที่เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการใช้ทำความสะอาดใบหน้าแม้จะอยู่ข้างนอก หรือคลีนซิ่งชนิดน้ำ เป็นสกินแคร์ถูกและดี ใช้ได้กับหลายสภาพผิว ไม่ทิ้งคราบ ทำความสะอาดได้ล้ำลึก หรือใครที่เป็นคนที่ชอบบำรุงไปด้วย ก็แนะนำให้ใช้เป็นคลีนซิ่งแบบนม เพราะจะช่วยบำรุงผิวหน้าให้นุ่มชุ่มชื้นขึ้น สำหรับการทำความสะอาดผิวหน้าด้วยคลีนซิ่ง เราก็จะต้องดูด้วยว่าผลิตภัณฑ์ชนิดนั้น เหมาะกับสภาพผิวของเราหรือไม่ และหลังจากการใช้งานแล้ว จะต้องล้างด้วยน้ำสะอาดอีกครั้งเป็นการใช้งานที่เห็นผลมากที่สุด แต่ถ้าเกิดว่าเราเลือกสกินแคร์ที่ไม่ตรงตามผิวหน้าของเรา อาจจะทำให้เห็นผลจริงแต่ว่าไม่ 100% และจะทำให้เกิดปัญหาต่างๆตามขึ้นมาได้ เช่น ผด ผื่น แพ้ หรือสิวอุดตัน

Categories
จัดอันดับเครื่องสำอางค์น่าใช้

7 อันดับรองพื้นงานผิว เนื้อดี บางเบา ผิวแบบไหนก็รอด!!

7.BSC Bio Perfect Velvet Radiant Serum Foundation (ราคา 850 บาท) 

สำหรับการจัดอันดับเครื่องสำอางน่าใช้ในหมวดรองพื้นงานผิวนั้น คงจะขาดรองพื้นเนื้อเซรั่มผิวฉ่ำอิ่มน้ำอย่าง BSC Bio Perfect Velvet Radiant Serum ไปไม่ได้ เพราะเขามีส่วนผสมแห่งการบำรุงอันน่าสนใจ การทารองพื้นรุ่นนี้ในทุกครั้งจะทำให้คุณมีผิวหน้าเรียบเนียนแลดูกระจ่างใสขึ้น 

การปกปิดของ BSC Bio Perfect Velvet Radiant Serum จัดอยู่ในระดับปานกลาง เรียบเนียนเป็นธรรมชาติกลืนไปกับผิวหน้า ทั้งยังช่วยกักเก็บความชุ่มชื้นแถมมาพร้อมสารกันแดด SPF 30 PA+++ (แต่ถึงอย่างไรก็ควรลงกันแดดก่อนทารองพื้นทุกครั้งนะจ๊ะ) มีให้เลือกทั้งหมด 3 เฉดสี ซึ่งโดยปกติถือว่าเป็นตัวเลือกที่น้อยมาก

6.Srichand Skin Essential Foundation (ราคา 350 บาท)

ถูกและดีไม่ได้มีอยู่เพียงในนิทาน รองพื้นที่ทางศรีจันทร์เคลมว่าแนบเนื้อนั้นปังไม่แพ้ใคร Srichand Skin Essential Foundation มาในรูปแบบหลอดหัวปั้มเล็กพกพาง่าย ที่สำคัญเนื้อแมตต์แต่ให้งานผิวสวย งงมาก เนื้อเกลี่ยง่าย ให้การปกปิดระดับปานกลาง แนบเนื้อสมคำร่ำลือ มีให้เลือกด้วยกันทั้งหมด 4 เฉดสี อันเดอร์โทนเหลืองทั้งหมดทั้งสิ้น เป็นรองพื้นแบรนด์ไทยที่ทำมาเพื่อสาวไทยอย่างแท้จริง

5.L’Oreal Paris True Match Hya Foundation (ราคา 449 บาท) 

พลาดไม่ได้กับรองพื้นที่ให้การปกปิดไปพร้อมกับการบำรุง ทางแบรนด์นั้นเพิ่มส่วนผสมสำคัญในการทำให้ผิวอิ่มฉ่ำน้ำอย่างไฮยาลูรอนิค แอซิดเข้ามาเพื่อเอาใจสาวๆสายรักสุขภาพผิว เนื้อของเขาเป็นแบบครีมมี่บางเบา เกลี่ยง่ายขั้นสุด ให้ผิวโกลว์สวยเป็นธรรมชาติ ที่สำคัญไม่รู้สึกเหนอะหนะผิว สาวๆที่เคยสัมผัสกับรองพื้น L’Oreal จะรู้ดีว่ามันมหัศจรรย์เพียงใด

4.Revlon ColorStay Foundation (ราคา 580 บาท) 

Revlon ColorStay Foundation รองพื้นในตำนานจาก Revlon สามารถช่วยเนรมิตผิวของคุณให้สวยราวกับนางฟ้าเสกขึ้นมาได้ทันที เนื่องจากเป็นเนื้อแมตต์สูตรคุมมันกันน้ำจึงช่วยปกปิดร่องรอยอารยธรรมต่างๆได้เนียนสนิท สาวผิวมันใช้ได้ผิวแห้งใช้ดี ไม่เยิ้มระหว่างวัน มีเฉดสีให้เลือกมากมายหลากหลายโทน เหมาะทั้งสำหรับใช้ใน Everyday look และออกงานสำคัญต่างๆ ใครเป็นสายปาร์ตี้ สายสัมมนาไม่ควรพลาด!!

3.Bobbi Brown Intensive Skin Serum Foundation (ราคา 2,650 บาท)

กระโดดข้ามมาที่แบรนด์ Hi-end อันแสนโด่งดังในด้านงานผิวอย่าง Bobbi Brown กันบ้าง ในหัวข้อรองพื้นงานผิวนี้เราจะขอส่ง Bobbi Brown Intensive Skin Serum Foundation เข้าประกวดอีกหนึ่งรุ่น เนื่องจากเป็นรองพื้นเนื้อเซรั่มอุดมไปด้วยสารสกัดจากธรรมชาติ ช่วยเผยผิวสวยมีออร่า ให้ความชุ่มชื้น สัมผัสบางเบา ให้การปกปิดน้อย ยืนหนึ่งเรื่องความติดทนนาน เหมาะสำหรับท่านที่ไร้ปัญหาผิวบนใบหน้า

2.MAC Lightful C Naturally Flawless SPF35/PA++ Foundation (ราคา 1,850 บาท) 

ว่ากันว่าเจ้า Lightful C Naturally Flawless นั้นเป็นรองพื้นสารพัดประโยชน์ผนึกกำลังสารบำรุงและสารกันแดดอัดแน่นเข้าไว้ในขวดเดียว แน่นอนว่าเป็นรองพื้นงานผิวแบบฉ่ำโกลว์ เนื้อบางเบาให้การปกปิดในระดับปานกลาง เนื้อดีมาก ติดทนนานตลอดทั้งวัน แถมยังชุ่มชื้นแบบขั้นสุด สามารถใช้มือเกลี่ยได้ ใครที่กำลังมองหารองพื้นผิวโกลว์สวยปกปิดได้ดีประมาณหนึ่ง ดูเป็นผิวคุณหนูแนวธรรมชาติไม่โป๊ะ เจ้าตัวนี้เหมาะกับคุณมากที่สุด

1.Shu Uemura Unlimited Glow (ราคา 1,755 บาท) 

เลื่องชื่อลือนามกันมาพักใหญ่สำหรับรองพื้นผิวหายใจได้อย่าง Shu Uemura ในส่วนของงานผิวฉ่ำอิ่มน้ำทางเราขอยกให้ Shu uemura Unlimited รุ่น Glow เป็นที่ 1 ในการจัดอันดับเครื่องสำอางน่าใช้หมวดหมู่รองพื้นงานผิวสำหรับวันนี้ ด้วยเนื้อของเขาบางเบาสบาย เกลี่ยง่ายเนียนไปกับผิวขั้นสุด ทำให้ใบหน้าของเราแลดูมีแสงเงาและมิติขึ้นมาอย่างชัดเจน สมกับเป็นรองพื้นลูกรักของใครหลายๆคน

หนุ่มๆสาวๆคนไหนที่กำลังมองหารองพื้นงานผิวคุณภาพดี เราคัดสรรมาไว้ที่นี่เพื่อคุณโดยเฉพาะ ไม่ว่าจะเป็นคนผิวมันหรือมีสภาพผิวแบบไหน เราจะมีคำแนะนำดีๆมาฝากคุณเสมอ แล้วมาพบการจัดอันดับเครื่องสำอางน่าใช้กันได้ใหม่ เราจะเลือกสิ่งที่ใช่มาเพื่อคุณ ><

Categories
สกินแคร์

ยิ่งอายุเพิ่มมากขึ้น สกินแคร์บำรุงผิวหน้าก็ยิ่งจำเป็น

ทุกๆอย่างที่เกี่ยวกับสกินแคร์การบำรุงผิวหน้า มันเป็นสิ่งที่ผิวของเราต้องการอยู่สม่ำเสมอ ไม่ว่าจะเป็นปัญหาสิว รูขุมขน หรือรอยเหี่ยวย่น หากเราไม่บำรุงเลยจะทำให้ผิวของเราเสื่อมโทรมมากกว่าเดิม หรือแม้แต่ปัญหาด้านผิวหน้าต่างๆ ก็ต้องอาศัยตัวช่วยที่ดีในการบำรุง

เจล

ไม่ว่าจะเป็นปัญหาริ้วรอย ฝ้า กระ จุดด่างดำ สิว เราสามารถป้องกันได้เมื่อเรามีตัวช่วยที่อ่อนโยนแบบ เจล เพราะมีเนื้อสัมผัสที่อ่อนโยน เบาและฉ่ำไร้สารอันตรายต่อผิว เนื้อสัมผัสเป็นแบบเจลทั่วไป นับเป็นสิ่งที่สำคัญต่อทุกเพศทุกวัย ยิ่งอายุมากขึ้นยิ่งต้องใช้เจลบำรุงผิวหน้า อาทิ เจลว่านหางจระเข้เพื่อป้องกันริ้วรอย และผิวหน้าเหี่ยวย่น ให้ผิวหน้ายกกระชับและเต่งตึงขึ้น เพราะเจลมีคุณสมบัติที่เข้าสู่ผิวได้ดี ผิวของเราเมื่อเจอมลภาวะต่างๆจากแสงแดด สารเคมี หรือจากสิ่งอื่นๆที่เข้าสู่ชั้นผิวหน้าของเรา มันจำเป็นที่จะต้องฟื้นฟูผิวอยู่ตลอดเวลา ไม่ว่าจะด้วยวิธีใดๆก็แล้วแต่ เช่นการเลือกผลิตภัณฑ์ที่เป็นสูตรธรรมชาติ หรือการทาเจลเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้น จึงเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยผิวในการฟื้นฟู และทำให้เรามีผิวหน้าที่ดีมากยิ่งขึ้น

ตัวช่วยในการถนอมผิวหน้า ระหว่างเซรั่มกับครีม ควรเลือกใช้อย่างไรกันดี?

เซรั่ม

สกินแคร์ชนิดนี้จะทำให้ผิวของเราซึมซับได้ดีกว่า เพราะเซรั่มมีเนื้อสัมผัสที่บางเบามากที่สุด สามารถซึมซับเข้าสู่ชั้นผิวได้ดีกว่า เพราะว่าครีมมักจะมีส่วนผสมของน้ำมันจึงซึมได้ช้ากว่าเซรั่ม สำหรับครีมนั้นจุดเด่นของมันคือการเพิ่มความชุ่มชื้นแก่ผิวหน้า จึงต้องมีส่วนผสมของน้ำมัน และทำให้ผิวของเราอาจจะเหนียวเหนอะหนะไปบ้าง หากเราเลือกใช้เซรั่มแล้ว จึงไม่เกิดปัญหาด้านความเหนียว กลิ่น และน้ำมันอีกด้วย เราอาจไม่จำเป็นที่จะต้องใช้ครีมอีกก็ได้ เพราะเซรั่มกับครีมคือการบำรุงผิวหน้าที่ให้การดูแลแบบครบถ้วน สามารถใช้เพื่อทดแทนกันได้ เราจึงเลือกใช้เพียงแค่อย่างใดอย่างหนึ่งก็เพียงพอ จุดเด่นของเซรั่มคือการเข้าสู่ชั้นผิวได้ลึกและไวมากๆ มักจะมีกลิ่นที่เป็นธรรมชาติอีกด้วย จึงเหมาะสำหรับผู้ที่ผิวแพ้ง่าย หน้ามันง่าย และมีปัญหาผิวหน้าที่ล้ำลึก เช่น ริ้วรอย

สกินแคร์ชนิดครีม เหมาะสำหรับผู้มีหน้าแบบใด และช่วยเรื่องอะไรบ้าง

ก่อนที่เราจะเลือกสกินแคร์ชนิดนี้ อันดับแรกเราจะต้องดูก่อนว่าเรามีผิวหน้าอย่างไร และมีปัญหาผิวหน้าอย่างไร เราจะต้องรู้ว่าเราผิวหน้ามัน แห้ง หรือปานกลาง(ผสม) สำหรับผู้ที่มีผิวหน้ามัน ไม่แนะนำให้เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมน้ำมัน เพราะจะยิ่งทำให้หน้าของเรายิ่งมันขึ้นไปอีกหลายเท่าตัวเลยทีเดียว

ครีม

ครีม คือการบำรุงยอดนิยม มีกลิ่นตามเอกลักษณ์ที่แตกต่างกันออกไป มักจะให้สัมผัสที่หนักกว่า เกลี่ยง่าย มีน้ำมัน และทำให้ผิวไม่แตก สำหรับผู้ที่มีผิวหน้าแห้ง แนะนำให้เลือกใช้เป็นครีม เพราะจะช่วยบำรุงผิวหน้าของเราให้นุ่มและไม่แห้ง ยิ่งครีมเนื้อหนาเท่าไหร่ก็ยิ่งดีสำหรับผู้ที่มีผิวหน้าแห้ง และถ้าใครเป็นคนที่มีผิวหน้าแบบผสม นับว่าเป็นคนที่โชคดีมากๆ เพราะคุณสามารถเลือกใช้ครีมที่ให้ความนุ่มชุ่มชื้นแก่ผิวได้ โดยไม่ต้องหลีกเลี่ยงครีมที่ไร้น้ำมัน อาจจะมีส่วนของน้ำมันเล็กน้อยหรือมากเท่าที่คุณต้องการก็ได้

เมื่อเราเลือกครีมที่มีส่วนผสมตรงตามผิวหน้าของเราแล้ว อันดับต่อมาเราจะต้องดูปัญหาผิวหน้าของเราด้วย ว่าเรามีปัญหาผิวหน้าอย่างไร ก็ให้เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์แก้ปัญหาผิวของเรา เช่นคนที่มีปัญหาการแพ้ง่าย ควรจะต้องเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่อ่อนโยนมากที่สุดมาช่วยบำรุงฟื้นฟูผิวหน้าของเรา ส่วนใครที่อยากมีผิวหน้ากระจ่างใส ไร้ริ้วรอย แนะนำให้เลือกใช้แบบเซรั่ม ส่วนใครที่มีปัญหาสิวผดผื่น แนะนำให้ใช้ครีมชนิดหลอดหรือครีมจากการแพทย์ มาเป็นตัวช่วยในการลดปัญหาสิวต่างๆ แต่ถ้าใครที่อยากแก้ปัญหาด้านอื่นๆก็สามารถเลือกใช้ได้ ตามส่วนผสมจากในเซรั่มและครีมที่เราอยากจะใช้ โดยเลือกจากครีมที่มีส่วนผสมของน้ำมันมาก น้อย หรือไม่มี ตามสภาพผิวของเรา จะทำให้เห็นผลได้ดียิ่งขึ้น

Categories
แนะนำของน่าใช้

ป้ายยาแรง!! 5 วิตามินซีสกินแคร์ บอกลาหน้าหมอง

วิตามินซีถือเป็นสิ่งยอดนิยมเอามากๆในปัจจุบัน นอกจากแบบเม็ดสำหรับรับประทานแล้วบรรดาผู้ผลิตหลายแบรนด์ยังนำไปเป็นส่วนผสมในสกินแคร์ผิวกระจ่างใสอีกด้วย ซึ่งผลตอบรับดีเกินคาดทำให้สกินแคร์ตัวที่เคลมว่าเป็นวิตามินซีขายดิบขายดีไปตามๆกัน

สกินแคร์ที่ช่วยให้ผิวกระจ่างใส 

นอกจากวิตามินซีจะช่วยให้ผิวแลดูกระจ่างใสขึ้นแล้วยังสามารถต้านอนุมูลอิสระได้เป็นอย่างดีอีกด้วย ทั้งยังช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนของผิว แต่ทว่าการใช้สกินแคร์ที่มีส่วนผสมของวิตามินซีนั้นจะต้องระวังเรื่องแสงแดดกันสักนิดเพราะอาจทำให้วิตามินซีที่มีเสื่อมประสิทธิภาพลงได้ 

หากถามว่าสกินแคร์ผิวกระจ่างใสที่มีส่วนผสมของวิตามินซีขวดไหนฮอตฮิตและน่าสนใจ วันนี้เราหยิบไอเท็มเด็ดเหล่านั้นมาแชร์ให้เพื่อนๆได้เสพกันอย่างจุใจเลยล่ะ

1. Its Skin Power 10 Formula VC Effector

มาเริ่มกันที่สกินแคร์ผิวกระจ่างใสที่มีส่วนผสมของวิตามินซีเข้มข้นจากแบรนด์ Its Skin กันก่อน ตัวนี้รีวิวแน่นมาก ฮอตฮิตโด่งดัง ได้รับรางวัล Konvy Awards 2020 จากเว็บไซต์ช็อปปิ้งเครื่องสำอางออนไลน์อย่างคอนวี่ไปเป็นที่เรียบร้อย 

รีวิวจากผู้ใช้จริงส่วนใหญ่เอนเอียงไปทางฝั่งน่าประทับใจ เนื้อเซรั่มค่อนข้างดี ไม่เหนียวเหนอะหนะ หลายคนใช้แล้วหน้าใสกริ๊ง ผิวนุ่มละเอียดขึ้นเล็กน้อย รอยดำรอยแดงจางหาย ขอแนะนำสำหรับคนหน้าหมองคล้ำ เหนื่อยล้าสะสม นอนดึกหน้าโทรม สิ่งนี้สามารถทำให้ผิวของคุณดูเฟรชและไบรท์ขึ้นได้ 

ปริมาณ : 60 ml 

ราคาเต็ม : 900 บาท

2.Melano CC Vitamin C Brightening Lotion

เป็นอีกไอเท็มที่ดังมากสำหรับน้ำตบวิตซีเมลาโน ซีซี จากวิตามินซีบริสุทธิ์คุณภาพสูง ซึ่งสาวๆหลายคนปลื้มและหลงรักหวีดหนักหวีดแรง ความดีงามของเขาคือให้มาในปริมาณที่เยอะสะใจ ตบเท่าไหร่ก็ไม่เสียดายเงิน 

ส่วนตัวผู้เขียนเคยใช้น้ำตบเมลาโน ซีซี แล้วคนรอบตัวทักว่าผิวขาวใสขึ้น เนื้อของเขาเป็นเอสเซนส์ลื่นๆไม่เหนียวเหนอะหนะ ซึมซาบไว ให้ความชุ่มชื้นประมาณหนึ่ง เมื่อสำรวจจากรีวิวของผู้ใช้งานจริงคนอื่นๆก็ดูจะเป็นไปในทำนองเดียวกัน มีทั้งคนที่ชอบและเฉยๆ ขอแนะนำสำหรับคนที่ต้องการผิวกระจ่างใสเพียงอย่างเดียวเพราะเขาไม่ช่วยในเรื่องอื่นๆเลย ไม่ว่าจะเป็นสิว รูขุมขน หรือริ้วรอย 

ปริมาณ : 170 ml 

ราคาเต็ม : 480 บาท

3.ZA true white ex essence lotion 

ขอบคุณรูปจาก Konvy

น้ำตบถูกและดียอดนิยมอันดับ 1 ของสาวไทยต้องยกให้เขาจริงๆสำหรับ ZA true white สกินแคร์ผิวกระจ่างใส ที่ช่วยในเรื่องการฟื้นฟูผิวหมองคล้ำให้กลับมาสว่างได้อย่างรวดเร็วทันใจ ถึงแม้ว่าแบรนด์จะไม่ได้ชูวิตามินซีขึ้นมาทำการตลาดแต่เขามีส่วนผสมของวิตามินซีอยู่นะจ๊ะ 

ต้องบอกก่อนเลยว่าผู้เขียนนั้นเป็นแฟนตัวยงของ ZA true white และเป็นผู้ใช้งานจริง เรื่องประสิทธิภาพคือยืนหนึ่งมากเพราะนอกจากจะทำให้ผิวขาวกระจ่างใสขึ้นแล้วหน้ายังเด้งเต่งตึง รูขุมขนกระชับอย่างเห็นได้ชัดเจน มีน้ำหอมและแอลกอฮอล์ ใครแพ้ข้ามไปได้เลยจ้า

ปริมาณ : 150 ml 

ราคาเต็ม : 420 บาท

4.Skinsista Vit C Extra Bright Booster 

ขอบคุณรูปจาก www.cosmenet.in.th

Skinsista เขาโด่งดังในเรื่องของวิตามินซีเอามากๆ สาวๆหลายคนใช้แล้วค่อนข้างประทับใจเพราะเนื้อของเขาไม่เหนอะหนะ ซึมไว แถมยังไม่มีกลิ่นฉุน ฟีลหอมกลิ่นส้มอ่อนๆ อาจจะรู้สึกแสบหน้านิดหน่อยหากเป็นคนผิวแพ้ง่าย ผิวขาดน้ำจนเกินไป หรือผิวบอบบาง 

ปริมาณ : 15 ml 

ราคาเต็ม : 790 บาท

5.Some By Mi Yuja Niacin Blemish Care Serum 

ไอเท็มหน้าใสไร้รอยสิวที่เราอยากแนะนำให้ทุกท่านรู้จักเป็นลำดับสุดท้ายนั่นก็คือ Some By Mi Yuja Niacin Blemish Care Serum เขาคือสกินแคร์สัญชาติเกาหลีที่ใส่สารสะกัดเข้มข้นจากผลส้มยูจามาให้มากถึง 82% 

เนื้อเซรั่มซึมซาบสู่ผิวได้อย่างรวดเร็ว ไม่เหนียวเหนอะหนะ หอมกลิ่นส้มอ่อนๆ รีวิวผู้ใช้งานจริงมีทั้งพึงพอใจและรู้สึกเฉยๆ 

ปริมาณ : 50 ml 

ราคาเต็ม : 776 บาท

ใครที่กำลังมองหาสกินแคร์ผิวกระจ่างใส ซึ่งมี Vitamin C เป็นตัวชูโรงเพื่อบำรุงผิวอยู่ เราหวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์แก่ทุกท่านนะคะ

Categories
เครื่องสำอางค์

หากรักในการแต่งหน้าก็ต้องล้างหน้าให้สะอาดด้วย

หากรักในการแต่งหน้าแล้ว ก็ต้องล้างหน้าให้สะอาดด้วย ผลิตภัณฑ์ล้างเครื่องสำอางเพราะการล้างหน้าให้สะอาดก็มีความสำคัญ บทความนี้ขอแนะนำ คลีนซิ่งยอดนิยม ที่ฮิตติดอันดับ ครองใจสาวๆ ทุกเพศทุกวัย

1. Bioderma Sensibio H2O Solution Micellaire

ผลิตภัณฑ์ล้างเครื่องสำอาง แบรนด์แรกที่แนะนำ คือ Bioderma Sensibio H2O Solution Micellaire มีความโดดเด่นที่เทคโนโลยี Micelle สามารถเช็ดทำความสะอาดหน้าโดยไม่ต้องล้างหน้าซ้ำ และยังสามารถใช้เป็นโทนเนอร์ได้ด้วย เรียกว่า 2 in 1 จริงๆ คุ้มยิ่งกว่าคุ้ม สำหรับคนมีผิวแพ้ง่ายก็สามารถใช้ได้ ไม่มีสารที่เป็นอันตรายต่อผิว ใช้ได้ทั้งใบหน้าและดวงตา คนเป็นสิวก็ใช้ได้ ไม่ระคายเคืองผิว

2. MizuMi Smooth Cleansing Water

คลีนซิ่งยอดนิยม สำหรับ MizuMi Smooth Cleansing Water ด้วยเอกลักษณ์เฉพาะของ “Smooth Water” ให้ความนุ่มลื่น ไม่บาดผิวหน้า และ Double Micellar ที่สามารถสลายเครื่องสำอางได้อย่างไม่เหลือคราบ ไม่ว่าจะเป็น ครีมกันแดด เครื่องสำอางที่กันน้ำก็สามารถล้างได้ด้วย และที่สำคัญ ไม่มีส่วนประกอบของสารที่เป็นอันตรายต่อผิว เช่น น้ำมัน แอลกอฮอล์ สีสังเคราะห์ หรือพาราเบน ทำให้มั่นใจได้ถึงความอ่อนโยนต่อผิว แต่ไม่แนะนำให้ใช้เช็ดตานะคะ เพราะเค้าเน้นที่ทำความสะอาดใบหน้า สำหรับตาควรใช้ผลิตภัณฑ์เฉพาะส่วนค่ะ

3. Biore Makeup Remover Perfect Cleansing Water Acne Care

ขายดีอย่างต่อเนื่องสำหรับ Bioré Perfect Cleansing Water เนื่องจากหาซื้อได้ง่าย มีขายทั่วไปตามร้านค้าชั้นนำ แถมราคาก็ดีงาม เรื่องสรรพคุณยิ่งไม่ต้องพูดถึง Bioré Perfect Cleansing Water Acne Care เป็นสูตรสำหรับคนเป็นสิวโดยเฉพาะ แต่คนไม่เป็นสิวก็ใช้ได้นะ ไม่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์หรือน้ำหอม ช่วยลดการอักเสบของผิวหน้า ลดการสะสมของแบททีเรียที่เป็นต้นกำเนิดสิว ช่วยลดความมันส่วนเกินบนใบหน้า และมีส่วนผสมของน้ำเกลือธรรมชาติที่จะช่วยรักษาแผลจากสิว และลดการเสียดสีของผิวขณะทำความสะอาด

4. NIVEA White Oil Control Make Up Clear Micellar Water

แบรนด์ที่เป็นที่คุ้นเคยของสาวๆ อย่าง NIVEA เพราะเค้ามีผลิตภัณฑ์มากมายติดตลาด และที่ขาดไม่ได้ คือ NIVEA White Oil Control Make Up Clear Micellar Water เพราะถ้าชื่นชอบการแต่งหน้าแล้ว ต้องหมั่นล้างเครื่องสำอางให้สะอาดด้วย คลีนซิ่งยอดนิยม ตัวนี้ เหมาะกับทุกสภาพผิว ตั้งแต่ผิวผสม- ผิวมัน และผิวบอบบางแพ้ง่ายก็สามารถใช้ได้ ด้วยอนุภาค Micellar Oxygen boost สามารถล้างสิ่งสกปรกได้ในระดับลึกถึงรูขุมขน จึงขจัดสิ่งสกปรกได้อย่างหมดจด นอกจากนี้ยังมี Carnitine ช่วยลดความมันส่วนเกินบนใบหน้า ล้างได้ทั้งใบหน้าและดวงตา เพราะผ่านการทดสอบจากผู้เชี่ยวชาญแล้ว ว่าไม่มีสารที่เป็นอันตรายต่อผิว แล้วอย่างนี้จะให้พลาดได้อย่างไร

5. Bifesta Cleansing Lotion Sebum

เป็นที่นิยมมาก สำหรับ ผลิตภัณฑ์ล้างเครื่องสำอาง แบรนด์ Bifesta ซึ่งเป็นแบรนด์จากญี่ปุ่น แต่ไม่ได้ฮิตแค่ในญี่ปุ่น เพราะสำหรับสาวไทยอย่างเราๆ เรียกว่าหากสำรวจคลีนซิ่งใช้ดีแล้ว ต้องมีแบรนด์นี้อยู่ด้วยแน่นอน สำหรับ Bifesta Cleansing Lotion Sebum เป็นคลีนซิ่งสูตรโลชั่น ใช้ได้กับทุกสภาพผิว มี Hyaluronate ผสาน Double Micellar และสารสกัดจากชาเขียว ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการเช็ดเครื่องสำอางได้อย่างหมดจด และไม่ทำร้ายผิว เพราะไม่มีส่วนผสมที่เป็นอันตรายต่อผิว ไม่ผสมสี ไม่ผสมกลิ่น ไม่มีพาราเบน จึงไม่ทำให้ระคายเคืองผิว ไม่แสบตา แถมยังเป็น Oil-free ไม่เหนอะหนะผิวอีกด้วย

6.Maybelline micellar water cleansing

เป็นที่พูดถึงกันมากมาย สำหรับคลีนซิ่งเช็ดเครื่องสำอาง เมย์เบลลีน ไมเซล่า คลีนซิ่ง วอเตอร์ ด้วยนวัตกรรมเฉพาะของ เมย์เบลลีน ที่ทำหน้าที่เสมือนแม่เหล็กดูดซับสิ่งสกปรกออกจากผิวหน้าได้อย่างหมดจด ด้วยไมโคร แคปเจอร์ส ไม่ว่าจะเป็นเครื่องสำอางต่างๆ สิ่งตกค้าง มลพิษระหว่างวัน รวมถึงดักจับความมันส่วนเกินบนใบหน้า ทำให้รู้สึกถึงความเกลี้ยงเกลา เบาสบายผิว ไม่แห้งตึง

7.Dermaction plus by Watson

Dermaction plus by Watson เป็น ผลิตภัณฑ์ล้างเครื่องสำอาง สูตรเนื้อโลชั่น สามารถเช็ดทำความสะอาดได้ทั้งผิวหน้าและรอบดวงตา ด้วยเทคโนโลยี Anion Molecule Micellar ของพลังประจุลบ ช่วยให้เช็ดทำความสะอาดผิวหน้าได้อย่างสะอาดหมดจดในขั้นตอนเดียว โดยปราศจากสารที่เป็นอันตรายต่อผิว น้ำมัน แอลกอฮอล์ พาราเบน ทำให้โอนโยนต่อผิว ใช้ได้ทั้งผิวธรรมดาและแพ้ง่าย ด้วยเหตุนี้จึงทำให้ Dermaction plus by Watson เป็นอีกหนึ่ง คลีนซิ่งยอดนิยม ตลอดกาล