Categories
เครื่องสำอางค์

เครื่องสำอางสำหรับตาและคิ้ว มีอะไรบ้างที่มือใหม่ต้องรู้

เพราะคิ้ว คือ มงกุฎของหน้า ดังนั้นเครื่องสำอางสำหรับตาและคิ้ว จึงมีความสำคัญ ในบทนี้จะมาแนะนำ การเลือกเครื่องสำอางสำหรับมือใหม่ พร้อมข้อดีข้อเสียของแต่ละประเภท

  • ดินสอเขียนคิ้ว (Eyebrow Pencil)

เครื่องสำอางสำหรับตาและคิ้ว อย่างแรกที่ขาดไม่ได้ คือ ดินสอเขียนคิ้ว มีทั้งแบบแท่งเหลา และแบบแท่งหมุน สะดวกต่อการใช้งานเนื่องจากไม่ต้องเหลา ดินสอเขียนคิ้วเหมาะจะเป็น เครื่องสำอางสำหรับมือใหม่ เพราะใช้ง่ายที่สุด สามารถวาดไปตามโครงคิ้วได้ตามรูปทรงที่ต้องการ แต่การเขียนคิ้วให้สวยเป็นธรรมชาตินั้นไม่ควรระบายจนเข้ม แต่ให้เขียนเน้นขอบคิ้วให้คมชัด แล้วระบายด้านในบางๆ ใช้แปรงปัดกระจายให้ทั่วคิ้ว จะดูสวยเป็นธรรมชาติ

  • ที่เขียนคิ้วแบบฝุ่น (Eyebrow Powder)

ที่เขียนคิ้วแบบฝุ่นจะทำให้คิ้วดูเป็นธรรมชาติมากกว่าแบบดินสอ แต่ต้องมีความชำนาญในการใช้ โดยที่เขียนคิ้วแบบฝุ่นจะมีแปรงปัดมาให้ ปัดให้ทั่วคิ้ว โดยให้หางคิ้วมีความเข้ม และหัวคิ้วเป็นสีอ่อนกว่า

  • ปากกาเขียนคิ้ว (Eyebrow Pen)

มีลักษณะเหมือนปากกาทั่วไป ได้สีและเส้นที่ชัดเจนกว่าแบบอื่น ทั้งยังติดทนนาน แต่ต้องระวังไม่เขียนจนเข้มหรือหนาเกินไป เขียนตามขนคิ้วทีละเส้นก็จะได้คิ้วที่ดูมีมิติ สวยเป็นธรรมชาติ

  • เจลเขียนคิ้ว (Eyebrow Tattoo Gel)

วิธีเขียนคิ้วแบบเจล ต้องใช้แปรงหรือพู่กันในการเขียนและปัด ต้องระวังเขียนพลาดเพราะเจลจะมีสีที่คมชัด เหมาะสำหรับการแต่งหน้าออกงานที่ต้องการให้ติดทนนานทั้งวัน หรือแต่งหน้าที่ต้องการความเป๊ะปัง ข้อดีคือติดทนนาน

  • มาสคาร่าคิ้ว (Eyebrow Mascara)

เป็น เครื่องสำอางสำหรับตาและคิ้ว แบบ 2 in 1 คือสามารถนำมาใช้ปัดได้ทั้งคิ้วและตา แนะนำให้ใช้มาสคาร่าปัดคิ้ว เมื่อต้องการดูเป็นธรรมชาติสุดๆ โดยปัดทับขนคิ้วเดิมที่มี จะทำให้คิ้วดูเข้มขึ้น เรียงเส้นสวยเป็นระเบียบ ไม่จำเป็นต้องเขียนโครงคิ้วก็ได้ แต่ต้องฝึกใช้ให้ชำนาญจะได้ปัดทรงได้สวยตามต้องการ และสามารถนำมาปัดบนขนตาเพื่อเพิ่มความหนาเป็นแพ ให้กับขนตาได้ด้วย

  • อายแชโดว์ (Eye Shadow)

เป็นเครื่องสำอางสำหรับนำมาใช้ทาแต่งแต้มเปลือกตาให้ดูมีสีสัน มีเสน่ห์ชวนมองมากขึ้น มีหลายแบบ ดังนี้

อายแชโดว์แบบฝุ่น (Powder Eye Shadow)

เป็นที่พบเห็นได้ทั่วไป ใช้งานง่าย มีหลากหลายสีให้เลือก แต่มีข้อเสียคือไม่ค่อยติดทนนาน

อายแชโดว์แบบครีม (Cream Eye Shadow)

จะบรรจุมาในกระปุก เนื้อมีลักษณะครีมหนัก ซึ่งเนื้อครีมจะติดทนนานกว่าแบบฝุ่น

  • อายไลน์เนอร์ (Eyeliner)

อายไลน์เนอร์แบบดินสอ (Pencil Eyeliner)

เหมาะที่จะป็นเครื่องสำอางสำหรับมือใหม่หัดแต่ง หรือนานๆ แต่งครั้ง ใช้งานง่าย ไม่ค่อยเลอะ แต่มีข้อเสียคือแห้งช้า เหมาะสำหรับการกรีดตาแบบฟุ้งๆ ข้อดีคือหาซื้อง่ายมีขายตามร้าน เครื่องสำอางทั่วไป ดินสอใช้ง่ายเหมือนวาดรูป มักสีธรรมชาติ เช่น ดำ สีน้ำตาล บางยี่ห้อมีรูปแบบแท่งหมุน สามารถหมุนขึ้นลงได้ตามสะดวก ไม่ต้องเหลา แต่ข้อเสียของแบบหมุนคือ ปลายจะไม่แหลม เขียนแล้วไม่คม

อายไลน์เนอร์แบบเจล (Gel Eyeliner)

เนื้อเจลจะให้สีที่ชัด เส้นทึบ หนา เหมาะกับ การแต่งตา แบบคมเข้ม ข้อเสียคือแห้งยาก ต้องใช้ความชำนาญพอสมควร

อายไลน์เนอร์แบบน้ำ (Liquid Eyeliner)

มีทั้งแบบเนื้อด้านคือ ดำสนิทแบบไม่มีเงา กับสีดำแบบมีเงาแบบน้ำ เส้นดำเฉียบ เฉี่ยว แพ็กเกจของอายไลเนอร์แบบน้ำ มีทั้งแบบแท่งเหมือนมาสคาร่า แบบเป็นกระปุกหมุนจุกที่เป็นหัวพู่กัน มีลักษณะเป็นของเหลวสีดำเข้ม เมื่อกรีดแล้วทำให้เห็นเส้นขอบตาชัดมากขึ้น แต่ข้อควรระวังคือมือต้องนิ่งตอนกรีด จึงอาจไม่เหมาะสมที่จะเป็น เครื่องสำอางสำหรับมือใหม่

อายไลน์เนอร์แบบเมจิก

มาในรูปแบบแท่งเหมือนดินสอ แต่ที่หัวจะเป็นพู่กัน เหมือนปากกาเมจิก และมีน้ำหมึกไหลออกมาเลย ใช้งานง่าย เหมาะสำหรับมือใหม่

  • มาสคาร่า (Mascara)

ปิดท้ายการแต่งหน้าในหมวด เครื่องสำอางสำหรับตาและคิ้ว ด้วย มาสคาร่า จะช่วยให้ขนตาดูหนา ยาวเป็นแพ และงอนสวย ปัจจุบันมีขายหลายรูปแบบ เช่น แบบน้ำ ครีม ทินท์ วิธีใช้คือนำแปรงปัดมาสคาร่าจุ่มลงในมาสคาร่าแล้วปัดขนตาให้โค้งงอ ซึ่งจะช่วยตาดูโดดเด่น มีมิติ ขนตาหนาและยาวขึ้น สำหรับสาวๆที่พึ่งเริ่มแต่งหน้า แนะนำ ให้มี มาสคาร่า เป็นหนึ่งใน เครื่องสำอางสำหรับมือใหม่ ที่จำเป็นต้องมี

Categories
เครื่องสำอางค์

เครื่องสำอางสำหรับทาหน้า มีอะไรบ้างที่มือใหม่ต้องรู้

ก่อนจะแต่งแต้มสีสันให้ใบหน้าก็จะต้องเตรียมผิวหน้าให้เนียนเรียบ ด้วย เครื่องสำอางสำหรับทาหน้าประเภทประต่างๆ ในบทนี้จะมาแนะ เมคอัพเบส ที่ใช้สำหรับการแต่งหน้า

ไพรเมอร์ (Primer)

เครื่องสำอางสำหรับทาหน้า ชนิดแรกที่แนะนำ คือไพรเมอร์ เป็น เมคอัพเบส ที่ต้องลงเป็นลำดับแรกก่อนที่จะแต่งหน้า ช่วยเติมเต็มร่องลึกต่างๆ ทำให้ผิวเนียนยิ่งขึ้น และช่วยควบคุมความมันบนใบหน้า ไพรเมอร์ มีหลากหลายรูปแบบ ทั้งแบบ ครีม เจล 

เบส (Base)

เบสมีลักษณะเป็นเนื้อครีม โดยเบสในปัจจุบันจะแบ่งได้เป็นหลายสี แต่ละสีทำหน้าที่ไม่เหมือนกัน เป็นเม็ดสีที่จะช่วยในการปรับสภาพสีผิวให้มีสีผิวที่ต้องการ มีให้เลือกใช้ตามสภาพและปัญหาผิว มีวิธีเลือกสีเบสให้เหมาะกับสีผิว ที่แตกต่างกัน ดังนี้

– เนื้อใส ช่วยทำให้ผิวหน้าดูเรียบเนียน ปกปิดรูขุมขน 

– สีเขียว ช่วยให้ผิวหน้าดูขาวผ่องใสขึ้น เหมาะกับคนที่มีผิวออกเหลือง 

– สีชมพู ช่วยให้ดูมีน้ำมีนวล เหมาะกับคนที่มีผิวขาวไปจนถึงซีด ดูไม่มีเลือดฝาด 

– สีขาว เพิ่มความแวววาวให้กับใบหน้า ทำให้ผิวดูโกลว์ เพิ่มมิติ 

– สีเนื้อ ส่วนมากจะมีประกายมุขผสมอยู่ด้วย เหมาะผู้ที่ต้องการแต่งหน้าแบบสาวเกาหลี ที่หน้าจะเลื่อมๆเงาๆ ดูเซ็กซี่ 

– สีม่วง เนื้อครีมก็จะเป็นสีม่วงอ่อนถึงเข้ม เหมาะสำหรับคนที่มีผิวหน้าดำ หมองคล้ำ 

– สีเหลือง จะช่วยทำให้ผิวของผู้ที่มีสีดำคล้ำสว่างขึ้นอย่างธรรมชาติ เหมาะสำหรับคนที่มีผิวคล้ำที่อยากดูขาว 

รองพื้น (Foundation)

เป็นเครื่องสำอาง ประเภท เมคอัพเบส ที่ใช้ทาทั่วทั้งหน้าเพื่อปกปิดริ้วรอยบนใบหน้าและจุดด่างดำ ใช้หลังจากลงไพรเมอร์และเบสเรียบร้อยแล้ว ซึ่งมีหลากหลายรูปแบบ ดังนี้

ขอบคุณรูปจาก Vogue thailand

-ชนิดน้ำ เหมาะกับคนที่มีผิวดี ไม่จำเป็นต้องปกปิดมาก บางเบา เกลี่ยง่าย ใช้งานสะดวก 

-ชนิดครีม เหมาะสำหรับคนที่มีผิวแห้ง เพราะมีน้ำมันเป็นส่วนประกอบ สามารถปกปิดได้ดีกว่ารองพื้นชนิดน้ำ ทาง่ายเป็นที่นิยม หากต้องการผิวฉ่ำวาว

-ชนิดแท่ง ปกปิดสูงกว่าชนิดอื่น  มีความเข้มข้นมาก นิยมใช้แต่งนางแบบในสตูดิโอ ควรเกลี่ยตามด้วยนิ้วหรือแปรง ช่างแต่งหน้ามืออาชีพมักใช้ในการถ่ายภาพที่มีแสงไฟจัด

บีบีครีม (BB Cream)

บีบีเหมาะสำหรับการใช้ในวันที่เร่งรีบ หรือต้องการปกปิดริ้วรอยระดับบางเบา เพราะรวมเอาครีมกันแดด, รองพื้น, เบส, และครีมบำรุง รวมในตัวเดียวกัน ดังนั้นจึงไม่ต้องใช้คู่กับเบส หรือรองพื้นอีก เพราะจะทำให้ผิวหน้าดูหนาเกินไป 

ซีซีครีม (CC Cream)

ซีซีครีมเป็น เครื่องสำอางสำหรับทาหน้า ที่คล้ายบีบีครีม ทำให้ผิวหน้ากระจ่างใสขึ้น ช่วยปกปิดจุดพกพร่องได้ดีสีผิวจะไม่เปลี่ยนไปในระหว่างวัน ประกอบด้วยครีมบำรุง ครีมกันแดด เบส รองพื้น แต่เพิ่มสารควบคุมสีผิวเพิ่มขึ้นมาด้วย 

คุชชั่น (Cushion)

คุชชั่นคือเมคอัพเบสที่รวม บีบีครีม ครีมกันแดด รองพื้นเนื้อลิควิด และแป้งผสมรองพื้น มารวมไว้ด้วยกัน ทำให้ปกปิดพร้อมกันแดดไปพร้อมกัน ส่วนใหญ่อยู่ในรูปแบบตลับ จึงค่อนข้างเป็นที่นิยมสำหรับสาวสมัยใหม่ เนื่องจากพกพาง่ายใช้งานสะดวก โดยเนื้อคุชชั่นจะถูกซับไว้ในฟองน้ำชนิดพิเศษ

คอนซีลเลอร์ (Concealer)

เป็นเครื่องสำอางสำหรับปกปิดริ้วรอยเฉพาะจุด เช่น รอยสิว หลุม ไฝ แผลเป็น ใช้ได้ทั้งรอยดำรอยแดง รอยหมองคล้ำใต้ตา ทำให้ การแต่งหน้า เนียนใส วิธีใช้คือแต้มเฉพาะจุดที่มีปัญหาผิวหลังลงรองพื้นเรียบร้อยแล้ว

แป้ง (Powder)

สาวบางคน ลุคฉ่ำวาวหรือดูโกลว์ ไม่จำเป็นต้องใช้ก็ได้ แต่หากต้องการที่จะควบคุมความมันบนใบหน้า การทาแป้งจะช่วยได้ ซึ่งแป้งมีหลายแบบ ดังนี้

-แป้งฝุ่น เป็นแป้งที่ทาแล้วให้ความรู้สึกบางเบา และเป็นธรรมชาติมากที่สุด แนะนำสำหรับคนที่ไม่มีปัญหาผิวหน้ามากนัก 

-แป้งอัดแข็ง เป็นการนำแป้งฝุ่นมาอัดให้แข็ง มักมาในรูปแบบตลับ เกาะติดหน้ามากกว่าแป้งฝุ่นธรรมดา 

-แป้งผสมรองพื้น คือการนำรองพื้นมาทำในรูปแบบของแป้ง หากทาแป้งผสมรองพื้นแล้ว ไม่จำเป็นต้องลงรองพื้นอีก 

ไฮไลท์ (Hi-light)

เป็นเครื่องสำอางที่ใช้หลังจาก เมคอัพเบส เรียบร้อยแล้ว เนื้อมีลักษณะคล้ายกับครีมรองพื้น แต่จะบางกว่าคอนซีลเลอร์ ทำหน้าที่ช่วยให้ใบหน้า สว่าง วาว ดูมีมิติ ให้กับส่วนที่แต้มลงบนใบหน้า เช่น ตาใต้และคาง สันจมูก เป็นที่นิยมสำหรับสาวเอเชียที่หน้าจะแบน ทำให้ดูมีมิติขึ้น มีหลกหลายแบบ ทั้งแบบ แท่ง น้ำ แบบตลับ 

เฉดดิ้ง (Shading)

เฉดดิ้งเป็น เครื่องสำอางสำหรับทาหน้า ชนิดครีมที่มีสีเข้ม ใช้สำหรับสร้างมิติให้ใบหน้าคู่กับไฮไลท์ แต่เฉดดิ้งเอาไว้สร้างส่วนลึกให้ใบหน้า เช่น การเพิ่มสันจมูก การลบกราม ทำให้ใบหน้าดูเล็กลง หน้าเรียวมากขึ้น เฉดดิ้งจะมีสีเข้มออกน้ำตาลไล่ไปจนถึงดำ

Categories
สกินแคร์

ยิ่งอายุเพิ่มมากขึ้น สกินแคร์บำรุงผิวหน้าก็ยิ่งจำเป็น

ทุกๆอย่างที่เกี่ยวกับสกินแคร์การบำรุงผิวหน้า มันเป็นสิ่งที่ผิวของเราต้องการอยู่สม่ำเสมอ ไม่ว่าจะเป็นปัญหาสิว รูขุมขน หรือรอยเหี่ยวย่น หากเราไม่บำรุงเลยจะทำให้ผิวของเราเสื่อมโทรมมากกว่าเดิม หรือแม้แต่ปัญหาด้านผิวหน้าต่างๆ ก็ต้องอาศัยตัวช่วยที่ดีในการบำรุง

เจล

ไม่ว่าจะเป็นปัญหาริ้วรอย ฝ้า กระ จุดด่างดำ สิว เราสามารถป้องกันได้เมื่อเรามีตัวช่วยที่อ่อนโยนแบบ เจล เพราะมีเนื้อสัมผัสที่อ่อนโยน เบาและฉ่ำไร้สารอันตรายต่อผิว เนื้อสัมผัสเป็นแบบเจลทั่วไป นับเป็นสิ่งที่สำคัญต่อทุกเพศทุกวัย ยิ่งอายุมากขึ้นยิ่งต้องใช้เจลบำรุงผิวหน้า อาทิ เจลว่านหางจระเข้เพื่อป้องกันริ้วรอย และผิวหน้าเหี่ยวย่น ให้ผิวหน้ายกกระชับและเต่งตึงขึ้น เพราะเจลมีคุณสมบัติที่เข้าสู่ผิวได้ดี ผิวของเราเมื่อเจอมลภาวะต่างๆจากแสงแดด สารเคมี หรือจากสิ่งอื่นๆที่เข้าสู่ชั้นผิวหน้าของเรา มันจำเป็นที่จะต้องฟื้นฟูผิวอยู่ตลอดเวลา ไม่ว่าจะด้วยวิธีใดๆก็แล้วแต่ เช่นการเลือกผลิตภัณฑ์ที่เป็นสูตรธรรมชาติ หรือการทาเจลเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้น จึงเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยผิวในการฟื้นฟู และทำให้เรามีผิวหน้าที่ดีมากยิ่งขึ้น

ตัวช่วยในการถนอมผิวหน้า ระหว่างเซรั่มกับครีม ควรเลือกใช้อย่างไรกันดี?

เซรั่ม

สกินแคร์ชนิดนี้จะทำให้ผิวของเราซึมซับได้ดีกว่า เพราะเซรั่มมีเนื้อสัมผัสที่บางเบามากที่สุด สามารถซึมซับเข้าสู่ชั้นผิวได้ดีกว่า เพราะว่าครีมมักจะมีส่วนผสมของน้ำมันจึงซึมได้ช้ากว่าเซรั่ม สำหรับครีมนั้นจุดเด่นของมันคือการเพิ่มความชุ่มชื้นแก่ผิวหน้า จึงต้องมีส่วนผสมของน้ำมัน และทำให้ผิวของเราอาจจะเหนียวเหนอะหนะไปบ้าง หากเราเลือกใช้เซรั่มแล้ว จึงไม่เกิดปัญหาด้านความเหนียว กลิ่น และน้ำมันอีกด้วย เราอาจไม่จำเป็นที่จะต้องใช้ครีมอีกก็ได้ เพราะเซรั่มกับครีมคือการบำรุงผิวหน้าที่ให้การดูแลแบบครบถ้วน สามารถใช้เพื่อทดแทนกันได้ เราจึงเลือกใช้เพียงแค่อย่างใดอย่างหนึ่งก็เพียงพอ จุดเด่นของเซรั่มคือการเข้าสู่ชั้นผิวได้ลึกและไวมากๆ มักจะมีกลิ่นที่เป็นธรรมชาติอีกด้วย จึงเหมาะสำหรับผู้ที่ผิวแพ้ง่าย หน้ามันง่าย และมีปัญหาผิวหน้าที่ล้ำลึก เช่น ริ้วรอย

สกินแคร์ชนิดครีม เหมาะสำหรับผู้มีหน้าแบบใด และช่วยเรื่องอะไรบ้าง

ก่อนที่เราจะเลือกสกินแคร์ชนิดนี้ อันดับแรกเราจะต้องดูก่อนว่าเรามีผิวหน้าอย่างไร และมีปัญหาผิวหน้าอย่างไร เราจะต้องรู้ว่าเราผิวหน้ามัน แห้ง หรือปานกลาง(ผสม) สำหรับผู้ที่มีผิวหน้ามัน ไม่แนะนำให้เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมน้ำมัน เพราะจะยิ่งทำให้หน้าของเรายิ่งมันขึ้นไปอีกหลายเท่าตัวเลยทีเดียว

ครีม

ครีม คือการบำรุงยอดนิยม มีกลิ่นตามเอกลักษณ์ที่แตกต่างกันออกไป มักจะให้สัมผัสที่หนักกว่า เกลี่ยง่าย มีน้ำมัน และทำให้ผิวไม่แตก สำหรับผู้ที่มีผิวหน้าแห้ง แนะนำให้เลือกใช้เป็นครีม เพราะจะช่วยบำรุงผิวหน้าของเราให้นุ่มและไม่แห้ง ยิ่งครีมเนื้อหนาเท่าไหร่ก็ยิ่งดีสำหรับผู้ที่มีผิวหน้าแห้ง และถ้าใครเป็นคนที่มีผิวหน้าแบบผสม นับว่าเป็นคนที่โชคดีมากๆ เพราะคุณสามารถเลือกใช้ครีมที่ให้ความนุ่มชุ่มชื้นแก่ผิวได้ โดยไม่ต้องหลีกเลี่ยงครีมที่ไร้น้ำมัน อาจจะมีส่วนของน้ำมันเล็กน้อยหรือมากเท่าที่คุณต้องการก็ได้

เมื่อเราเลือกครีมที่มีส่วนผสมตรงตามผิวหน้าของเราแล้ว อันดับต่อมาเราจะต้องดูปัญหาผิวหน้าของเราด้วย ว่าเรามีปัญหาผิวหน้าอย่างไร ก็ให้เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์แก้ปัญหาผิวของเรา เช่นคนที่มีปัญหาการแพ้ง่าย ควรจะต้องเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่อ่อนโยนมากที่สุดมาช่วยบำรุงฟื้นฟูผิวหน้าของเรา ส่วนใครที่อยากมีผิวหน้ากระจ่างใส ไร้ริ้วรอย แนะนำให้เลือกใช้แบบเซรั่ม ส่วนใครที่มีปัญหาสิวผดผื่น แนะนำให้ใช้ครีมชนิดหลอดหรือครีมจากการแพทย์ มาเป็นตัวช่วยในการลดปัญหาสิวต่างๆ แต่ถ้าใครที่อยากแก้ปัญหาด้านอื่นๆก็สามารถเลือกใช้ได้ ตามส่วนผสมจากในเซรั่มและครีมที่เราอยากจะใช้ โดยเลือกจากครีมที่มีส่วนผสมของน้ำมันมาก น้อย หรือไม่มี ตามสภาพผิวของเรา จะทำให้เห็นผลได้ดียิ่งขึ้น